วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ฟรีแวร์เขียนแผ่นซีดี

ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับเขียนแผ่นซีดี และดีวีดีอยู่ละก็ นายเกาเหลาขอแนะนำฟรีแวร์ตัวนี้เลยครับ ไม่เพียงแต่จะใช้งานง่ายเท่านั้น แต่มันยังเป็นของฟรีอีกด้วย CDBurnerXP Pro http://www.cdburnerxp.se/ มีคุณสมบัติมากมายที่เทียบเท่ากับซอฟต์แวร์เขียนแผ่นซีดีที่วางขายกันยทีเดียว
คุณสมบัติการทำงานของ CDBurner XP Pro สามารถเขียนแผ่นได้ทุกชนิด ยกเว้น DVD แบบดูอัลเลเยอร์ ตัวโปรแกรมสามารถเขียนแผ่นซีดีออดิโอ, ไฟล์ข้อมูลในมาตรฐาน ISO และแผ่นซีดีสำหรับบู๊ต อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เขียนลงบนแผ่น หลังจากเขียนเสร็จอีกด้วย นายเกาเหลารับรองว่า เมื่อได้ใช้ คุณต้องชื่นชอบ CDBurnerXP Pro อย่างแน่นอน

แค่เสียบธัมบ์ไดรฟ์ Password ก็หายเกลี้ยง

ปัญหาสุดโหดสำหรับคนใช้คอมพ์อย่างเราๆ หากไล่เลียงไปแล้วเชื่อได้ว่า “ลืมพาสส์เวิร์ด” โดยเฉพาะพาสส์เวิร์ดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์น่าจะเป็นสุดยอดปัญหาที่ทุกคนกลัว แต่ถ้าดันเกิดลืมเข้าจริงๆ จะทำอย่างไร ? หลายคนอาจจะคิดว่า สิ่งที่ต้องทำคือ เอาฮาร์ดดิสก์ไปต่อเข้ากับคอมพ์เครื่องอื่น แล้วก็ต้องจำใจฟอร์แมตเครื่องสถานเดียว
แต่ช้าก่อนครับ ผมมีข้อแนะนำที่ไม่ต้องเสียเวลาฟอร์แมตแล้วลงโปรแกรมใหม่ เพราะ “แค่เสียบธัมบ์ไดรฟ์ Password ก็หายเกลี้ยง” ซึ่งเป็นทิปแนวโหดๆ เอ๊ย! YouTips ที่ผมตั้งใจเอามาอวดให้เพื่อนๆ และนายเกาเหลาได้อ่านกันนั้นทำได้ครับ
โปรแกรมที่ผมใช้คือ Locksmith เพียงแค่คุณไรต์โปรแกรม ERD Commander ลงในแผ่นซีดี แล้วบูตเครื่องที่มีปัญหาด้วยแผ่นซีดีที่ไรต์ไว้ เรียกโปรแกรม Locksmith ขึ้นมา คุณสามารถตั้งพาสส์เวิร์ดใหม่ได้ทันที จากนั้นบูตเครื่องอีกรอบ คุณก็สามารถใช้พาสส์เวิร์ดใหม่ เข้าเครื่องได้แล้ว โปรแกรมนี้ใช้ได้ตั้งแต่วินโดวส์ 95/982000/XP ใครที่สนใจโปรแกรมชุดนี้สามารถสั่งซื้อได้ครับในราคา 1,410 เหรียญสหรัฐฯ
แต่สำหรับโปรแกรมแรกที่แนะนำนี้ เขาบังคับให้ต้องบูตผ่านซีดีอย่างเดียว ผมเลยเพียรพยายามหาโปรแกรมที่สามารถใส่ในธัมบ์ไดรฟ์ ซึ่งก็คือโปรแกรม Windows Admin Password Hack ด้วยขนาดเพียง 3.3 เมกะไบต์ ตัวโปรแกรมเป็นระบบปฏิบัติการลินุกซ์ การใช้งานก็เพียงก๊อบปี้ไฟล์ลงในธัมบ์ไดรฟ์หรือแผ่นซีดี
จากนั้นบูตเครื่องที่มีปัญหาด้วยธัมบ์ไดรฟ์ (หรือซีดี) จากนั้นโปรแกรมจะไปที่หน้า Command Prompt อ่านคำสั่งแล้วทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมบอก เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ อ้อ! โปรแกรมนี้ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่เป็นวินโดวส์ 2000/XP เท่านั้นครับ

วันเสาร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

9 อาชีพทำเงินบนโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้มีหลายคนกังขาว่า ธุรกิจประเภทคลิกแล้วรวยนั้นหลอกลวงหรือไม่ บอกตามตรงว่ามีทั้งจริงและหลอก แต่เมื่อ Google ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีกระโดดเข้าร่วมสร้างธุรกิจนี้ โดยแปรสภาพจาก Search Engine ไปสู่การเป็นเอเจนซี่โฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการทำ Adword และ Adsense จึงทำให้ฝันของหลายคนกลายเป็นจริงในที่สุด

ยิ่งในปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ได้จำกัดวงแค่การเปิดร้านขายของเหมือนในอดีต แต่การเกิดของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ได้กลายเป็นช่องทางการหารายได้แนวทางใหม่ๆ ที่คนยุคเก่าอาจต้องตั้งคำถามว่าแบบนี้ก็ได้เงินได้ด้วยหรือ เรามาดูกันดีกว่าว่าแนวทางการหาเงินแบบใหม่ที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง

1. เอาข้อมูลมาแปรเป็นเงิน : ค้นหาข้อมูล แล้วแปรเป็นรายได้ คงเคยได้เห็นประกาศตามเว็บบอร์ด ประเภทรับจ้างพิมพ์งาน รับจ้างทำรายงาน หรือวิทยานิพนธ์ เนื่องจากปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีการเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสำหรับผู้บริหาร ซึ่งแน่นอนด้วยความเป็นผู้บริหารการที่จะให้ไปนั่งทำรายงานส่งอาจารย์คงเป็นเรื่องที่ยาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นลูกค้าชั้นดีของเรา ผมเองก็เคยรับจ้างทำรายงานให้กับพี่ๆ ที่เรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง มีลูกค้าต่อคิวยาวเกือบ 20 คน รายได้ต่อเดือนที่ผมได้รับก็ตกหมื่นกว่าบาท วิธีการทำในตอนนั้นผมก็อาศัยข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและหาหนังสือประกอบจากห้องสมุดประชาชน จากนั้นก็นำข้อมูลทั้งหมดมาเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนของผม ง่ายๆ แค่นี้ก็ได้รายได้งามแล้วครับ

2. พ่อค้าออนไลน์ : มีเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราขายของจำนวนมาก ถ้าแบบอินเตอร์หน่อยก็ ebay คนไทยหลายคนได้ดิบได้ดีกับการหาของพื้นบ้านไปขายผ่านอีเบย์ ญาติผมคนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงทอผ้าไหม สมัยที่พ่อแม่ทำก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ขายได้เฉพาะในจังหวัด จนวันหนึ่งลูกชายเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ต่อยอดธุรกิจของพ่อด้วยการ นำผ้าไหมไปโพสต์ขายในอีเบย์ มีลูกค้าต่างชาติสั่งจองจนตอนหลังก็มาเปิดเว็บไซต์ขายกันเป็นถาวรร่ำรวยไปเลย

3. ซื้อของทางออนไลน์มาขายร้านปกติ : อีกหนึ่งช่องทางที่หลายคนมองข้ามคือการเข้าไปตามเว็บไซต์แล้วก็ซื้อสินค้าแปลกๆ มาขายกันในตลาดปกติ มีพี่ที่รู้จักท่านหนึ่งเคยสั่งซื้อมีดโกนหนวดจากอีเบย์มาขาย ต้นทุนถูกกว่าที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าประมาณ 5 เท่า พี่เขาเลยได้ไอเดียมาทำกำไรต่อ จนตอนหลังก็เลยยึดเป็นอาชีพในการไปเสาะแสวงหาสินค้ามาขาย

4. ขายโฆษณา : น่าจะเป็นพื้นฐานดั่งเดิมที่หลายคนใช้หารายได้ โดยหลักการก็คือเปิดเว็บไซต์แล้วรอให้คนมาซื้อโฆษณา แต่ในความคิดผมเป็นอะไรที่ดูได้เงินยาก เพราะถ้าเว็บคุณไม่ดังจริง ก็คงหาคนยอมจ่ายเงินลงโฆษณากับคุณได้ยาก แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะหากคุณมีไอเดียแปลกและแตกต่างพอ ก็อาจได้รับการตอบรับจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอเมริกาที่ชอบอะไรดูดีมีระดับ คุณอาจพบว่าพวกนี้ยอมจ่ายเงินกับเรื่องไร้สาระได้ง่าย ตัวอย่างเช่นมีนักศึกษาชาวอังกฤษคนหนึ่งที่มีความคิดประหลาด ประกาศขายพื้นที่บนหน้าเว็บของตนเองทุกตารางนิ้วบนหน้าจอ โดยขายแค่พิกเซลละ 1 เหรียญสหรัฐ ปรากฏว่ามีคน (บ้าจี้) แห่มาซื้อ จนเจ้าของเว็บได้เงินไปเป็นล้าน เหรียญสหรัฐ เห็นไหมครับว่าถ้าคิดได้ต่าง โอกาสจะได้ก็ไม่ยาก

5. รวยด้วยคลิก : วิธีในฝันที่ตอนนี้หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำ ตั้งแต่การทำบล็อกแล้วติด Adsense พอมีคนเข้าเว็บแล้วคลิกดูโฆษณาเจ้าของเว็บก็ได้เงิน หรือการนำรูปภาพ โปรแกรม ไปฝากในเว็บพวกฝากไฟล์อย่าง Ziddu.com พอมีคนมาดาวน์โหลดคนที่เอาไปฝากก็จะได้ตังค์ อีกมากมายสารพัดวิธีที่คนก็คิดมาให้เราทำ มีทั้งที่ได้เงินจริง และที่หลอกลวง แต่เหนืออื่นใดจำไว้เลยว่า ของฟรีไม่มีในโลกครับ

6. ขายเว็บ : คงเคยได้ยินข่าวการซื้อขายเว็บดังๆ ด้วยเงินมหาศาล เชื่อไหมครับว่าเว็บดังๆ หลายเว็บที่เรารู้จัก อย่าง hotmail.com เว็บอีเมล์ชื่อดัง ไมโครซอฟต์ก็ไปซื้อมาจากเจ้าของเว็บเดิมที่เป็นนักศึกษาอินเดีย หรือ Youtube.com ก่อนที่ Google จะเป็นเจ้าของ ก็มีเจ้าของเดิมทำจนดัง Google ถึงไปซื้อมา ลองนึกดูว่าถ้าคุณสามารถปลุกปั้นจนเว็บของคุณไดรับความสนใจจากทุกคน ก็มีโอกาสที่บริษัทยักษ์ใหญ่จะยอมเสียเงินก้อนโตแลกกับการให้คุณขายเว็บให้กับเขา

7. รับจ้างทำเว็บ : แนวทางนี้อาจต้องอาศัยวิชาความรู้ แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร หากคุณขยันหาความรู้ก็จะพบว่ามีเครื่องมือช่วยให้การสร้างเว็บง่ายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก แต่ถึงจะง่าย ก็ยังมีคนจำนวนมากไม่รู้วิธีการ หรือบางคนรู้แต่ไม่อยากเสียเวลาทำ ช่องว่างตรงนี้เองทำให้อาชีพรับจ้างทำเว็บสร้างรายได้ให้กับใครอีกหลายคน

8. รับจ้างเขียนบทความ : อาชีพใหม่ล่าสุด รับกระแสหารายได้ผ่านบล็อก เหตุเพราะมีคนอยากได้เงิน แต่เขียนไม่เก่ง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีฝีไม้ลายมือในการเขียนระดับเทพ เก่งภาษาอังกฤษเป็นกรด อาชีพนี้เปิดต้อนรับคุณ เพียงแต่คุณต้องมีเว็บและช่องทางในการโปรโมตตัวเอง ยิ่งถ้ามีประสบการณ์ในการหารายได้ออนไลน์เก๋าๆ ด้วยก็จะช่วยเพิ่มเครดิตให้ลูกค้าเชื่อถือคุณได้มากยิ่งขึ้น

9. รับจ้างโปรโมตเว็บ : อีกอาชีพที่ต่อจากข้อที่ 8 โดยเป็นอาชีพที่เหมาะกับคนที่อาจเขียนบทความไม่เก่ง แต่รู้เรื่อง SEO ในภาคปฏิบัติจริง อาชีพกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดทีเดียว เพราะมีคนจำนวนมากที่ทำเว็บเขียนข้อมูลไว้เพียบ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเว็บถึงจะดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ปัจจุบันมีคนทำอาชีพนี้พอสมควร บางคนถึงขนาดเปิดเป็น

วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒


คอมพิวเตอร์.ทูเดย์เล่มใหม่ มาแล้วจ้า เล่มนี้มีเรื่องน่าสนใจหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ

เจ๋งโครต!!! ใช้ NotePad คุ้ยแคะแกะปัญหาคอมพ์

ปั่น Blog ให้รวย 100$ ต่อเดือน
รู้ปะ!! Outlook 2007 ส่งแฟกซ์ได้ด้วย
Google ใจดีช่วยแปล (เจ๋งมากแปลได้ทุกภาษา)
แตะ Youtube แล้วดูดคลิปออกมา… โปรแกรมไม่ต้อง!!!!
เสียงใสกิ๊กอัดได้ด้วย Audacity
ไฟล์หาย? หายไปไหน เอากลับมายังไง!!?
คลอดลูกสำเร็จด้วย YouTube

วันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ประกวดนิทานยอดเยี่ยม

มีข่าวมาฝากเผื่อใครอยากลองเขียนนิทานประกวด จัดโดยมูลนิธิเด็ก เขาจัดกันเป็นปีที่ี 15 แล้ว เปิดโอกาสให้กันตั้งแต่เด็กยันเป็นผู้ใหญ่

กติกามีดังนี้

  1. เนื้อหาส่งเสริมจินตนาการ สอดแทรกสาระและคติ
  2. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  3. ไม่จำกัดรูปแบบ อาจเป็นเรื่องจิตนาการ หรือเรื่องเหมือนจริงก็ได้
  4. เป็นงานประพันธฺใหม่ ไม่แปล ลอกเลียน หรือดัดแปลงโครงเรื่องจากที่อื่น
  5. ไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน
  6. ความยาวไม่เกิน 2 หน้า A4 ขนาดตัวอักษร 14

รางวัลยอดเยี่ยมได้เงิน 25,000 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.ffc.or.th

วันศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ป้องกันรีจิสทรีจากพวกมือซน

ทิปอันนี้อาจจะเหมาะกับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์พอสมควร เพราะเรากำลังจะเล่นกับรีจิสทรี ซึ่งถือเป็นหัวใจการทำงานของ Windows โดยมันจะเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลที่เป็นข้อกำหนดต่างๆ ของการทำงานที่สำคัญของระบบปฏิบัติการนั่นเอง การแก้ไขผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณไม่ทำงานเลยก็ได้ ดังนั้นการป้องกันรีจิสทรีจากพวกมือซน น่าจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การป้องกันรีจิสทรีจากมือซนสามารถทำได้ง่ายมาก วิธีก็คือ ป้องกันไมให้พวกมือซนเข้าถึงไฟล์ระบบของวินโดวส์ได้นั่นเอง ขั้นแรกเปิดโปรแกรม Registry Editor ด้วยการกดปุ่ม Windows + R (หรือคลิ้กปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Run) พิมพ์ regedit แล้วกดปุ่ม Enter ในกรอบทางด้านซ้ายมือจะปรากฎคีย์ต่างๆ (HKEY_...) เลือกคีย์ที่ต้องการไม่ให้มือซนมายุ่ง คลิ้กขวาเลือกคำสั่ง Permissions… ไดอะล็อกบ๊อกซ์ Permissions for HKEY… จะปรากฎขึ้นมา คลิ้กเลือกบัญชีผู้ใช้ที่คุณไม่ต้องการให้ยุ่งกับรีจิสทรี จากนั้นคลิ้กเลือกเช็คบ๊อกซ์ Deny สำหรับการเข้าถึงและใช้งานได้ทั้งหมด (Full Control) หรือแม้แต่ไม่ให้เปิดอ่านได้ (Read) ทำซ้ำแต่ละคีย์จนครบ ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่อย่าเผลอยกเลิกสิทธ์ของตัวเองเสียละครับ

สำรองไดรเวอร์เก็บไว้ดีกว่า

จะเกิดอะไรขึ้น...ถ้าหากแผ่นไดรเวอร์ที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์รอบข้าง ตลอดจนในคอมพิวเตอร์ของคุณเองหายไป ? และเนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจพวกมันมากนัก โอกาสหายจึงมีสูงมาก แทบไม่ต้องพูดถึงการหมั่นคอยอัพเดตไดรเวอร์ที่อยู่ภายในเครื่องของตัวเอง และเมื่อแผ่นไดรเวอร์หาย หรือซอฟต์แวร์ไดรเวอร์มีปัญหา มันก็คงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวิ่งค้นหา เพื่อดาวน์โหลดมาติดตั้งกันให้จ้าระหวั่น น้อยคนนักที่จัดเก็บแผ่นไว้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังคอยอัพเดตไดรเว่อร์อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อลดความรู้สึกแย่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต มันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพียงแค่ดาวน์โหลดโปรแกรม My Drivers http://www.zhangduo.com/driverbackup.html ที่จะค้นหาไดรเวอร์ทั้งหมดที่อยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และจัดเก็บสำรองไว้ในที่ปลอดภัย ตามแต่ผู้ใช้ต้องการ เมื่อไดรเวอร์มีปัญหาก็แค่เรียกคืนมันกลับมา ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
My Drivers ไม่ได้เพียงแค่สำรองไดรเวอร์เท่านั้น แต่มันยังสามารถอัพเดตไดรเวอร์ผ่านเน็ตให้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยสำรอง Favorite ของ IE ตลอดจน Outlook Express ได้อีกต่างหาก น่าใช้ไหมครับ

วันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่

บังเอิญเมื่อวานหาข้อมูลจากเน็ต แล้วผ่านไปเจอเว็บที่เขียนเรื่อง ตำนานสิ่งพิมพ์ไอที โดย ไพเราะ เลิศวิราม เขียนไว้มาตั้งแต่ปี 2544 อ่านแล้วอื่มบางเรื่องเราก็รู้ บางเรื่องก็ไม่รู้ เลยขอนำกลับมาเล่าใหม่
**********************************
การถือกำเนิดเออาร์เข้าสู่แวดวงธุรกิจสิ่งพิมพ์ ด้านไอที ในปี 2533 เป็นช่วงที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ด้านไอทีได้ผ่านการเดินทางมาแล้ว 7 ปีเต็ม แมกกาซีนคอมพิวเตอร์ในยุคแรก เกิดขึ้นมาเมื่อ 18 ปีที่แล้ว โดยแมนกรุ๊ปและ ซีเอ็ดดูเคชั่น เป็นสองกลุ่มสิ่งพิมพ์ที่มีบทบาท และครองตลาดสูสีกันมาตลอด

แมนกรุ๊ปเติบโตมาจากกลุ่มบีอาร์ของ บุรินทร์ วงศ์สงวน เป็นเจ้าของหนังสือแมนที่โด่งดังมากในยุคนั้น หนังสือบูมมาจนถึงประมาณปี 2520 เริ่มซบเซา บุรินทร์ตัดสินใจ ถอนตัวออกจากธุรกิจ และยกหนังสือแมนให้กับสุทัศน์ รัตนเมธี ทำต่อ

แมนกรุ๊ปในยุคของสุทัศน์ ได้แตกขยายนิตยสารออกไปมากมาย นอกจากนิตยสารแมน มีไฮไฟสเตอริโอ วิดีโอรีวิว หนังสือเรียนดี ออฟฟิศออโตเมชั่น และมาออกหนังสือคอมพิวเตอร์รีวิว ออกมาเป็นนิตยสารสำหรับวงการคอมพิวเตอร์เป็นเล่มแรกในปี 2526 ใกล้เคียงกับกลุ่มซีเอ็ด ได้หนังสือไมโครคอมพิวเตอร์มาวางตลาดก่อนหน้านี้ไม่นาน

"กลุ่มคนอ่านในยุคนั้นเป็นคนทุกระดับ แต่เป็นเรื่องที่เฉพาะด้าน" องอาจ อิฐ มอญ ผู้ร่วมบุกเบิก ซึ่งในปัจจุบันเขาเป็นกรรมการและหุ้นส่วนหลักของกลุ่มแมนกรุ๊ป การเติบโตของนิตยสารคอมพิวเตอร์ยังอยู่ในวงจำกัด จนกระทั่งเมื่อตลาดไอทีเริ่มขยายตัวตามภาวะการเติบโตของเศรษฐ กิจในไทย แมกกาซีนคอมพิวเตอร์ก็เติบโตตาม ในปี 2532 แมนกรุ๊ปซื้อลิขสิทธิ์หนังสือ PC WEEK จาก Ziff-Davis Inc เป็นลิขสิทธิ์จาก ต่างประเทศรายแรกๆ นอกเหนือจากคอม พิวเตอร์เวิลด์ ที่ออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน
"เวลานั้นเราอยากได้ Knowhow และ Goodwill จากต่างประเทศ ซึ่งเขาอยู่กับพัฒนาการตรงนั้น เราจะได้วิ่งได้ทันกับ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี" องอาจย้อนอดีต ระหว่างปี 2532-2533 นับเป็นช่วงของการขยายตัวอีกครั้งของแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์หลายแห่งขยายเข้าสู่ธุรกิจนี้ อาทิ กลุ่มผู้จัดการ และกลุ่มวัฏจักร

กลุ่มแมนกรุ๊ป ซึ่งเป็นรายใหญ่ในตลาดแมกกาซีนเวลานั้นก็ได้ขยายธุรกิจของตัวเองออกไปต่อเนื่อง ในปี 2533 กลุ่มแมนกรุ๊ปได้นำชอปปิ้งคอมพิวเตอร์ออกวางตลาด เพื่อขยายไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ทำให้แมนกรุ๊ปมีแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ที่รองรับกับกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ คอมพิวเตอร์รีวิว กลุ่มผู้อ่านที่อยู่ในแวดวงธุรกิจและโฮมยูส นิตยสาร PC WEEK รองรับกับกลุ่มผู้อ่านที่เป็นกลุ่มชอปปิ้งคอมพิวเตอร์เป็นผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ทั่วไป

คอมพิวเตอร์รีวิวของกลุ่มแมนกรุ๊ป เป็นผู้ครองตลาดแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ควบคู่กับนิตยสารไมโครคอมพิวเตอร์ของกลุ่มซีเอ็ด สองรายใหญ่ในธุรกิจแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ที่มูลค่าตลาดโฆษณาบนนิตยสารคอมพิวเตอร์ก่อนปี 2535 มีอยู่ประมาณ 100 ล้านบาท

ช่วงเวลาเดียวกัน คือ ในปี 2532 กลุ่มเออาร์ได้ออกนิตยสาร BCM (Business Computer Magazine) เข้ามาเป็นตัวเลือกอีกรายในตลาดแมกกาซีนด้านไอที โดยได้ดึงเอานักวิชาการด้านไอทีมาเป็นทีมงาน
จากนั้นกลุ่มเออาร์ก็ทยอยออกหนังสือ เล่มใหม่ต่อเนื่อง ในปี 2534 ออกหนังสือคอม พิวเตอร์ทูเดย์มารองรับกลุ่มผู้อ่านทั่วไป และ สองปีถัดมา ก็ได้ออก Windows Magazine และออกนิตยสาร Byte Thailand ตามออกมาในปีถัดมา

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในช่วง 7 ปีแรกของกลุ่มเออาร์ต้องประสบภาวะยาก ลำบาก เนื่องจากเนื้อหาของนิตยสารทั้ง 3 เล่ม ที่ออกมายังไม่ตรงใจกับผู้อ่าน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาการดำเนินงานภายใน
"เนื้อหาของบีซีเอ็มในช่วงนั้นเป็นเรื่องของการเอาไอทีมาจัดการ สมัยนั้นคนน้อยมากจะชอบอ่าน ตลาดของคอมพิวเตอร์ ทูเดย์ก็ไม่ดี เพราะผู้อ่านยังไม่ได้เป็น ด้วยขนาดขององค์กรที่ไม่ใหญ่โต จำนวนหนังสือมีไม่มากบวกกับการแก้ไขปัญหาภายในได้ตรงจุด สถานการณ์ของ เออาร์ก็เริ่มดีขึ้น จากภาวะขาดทุนมาตลอดก็เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงได้มีการออกแมกกา ซีนคอมพิวเตอร์เล่มใหม่ อินเทอร์เน็ตทูเดย์ ออกมารองรับกับการเติบโตของตลาดอิน เทอร์เน็ต และเริ่มให้บริการข้อมูลออนไลน์ผ่านระบบบูเลทินบอร์ด (BBS)
เริ่มทำเว็บไซต์ออกมาสู่ตลาด เพื่อรองรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ ที่ต้องมีเรื่องราวเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ต นอกจากเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเองแล้ว

แต่แล้วต้องมาประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งในปี 2540 ส่งผลให้ยอดขายของเออาร์ที่กระเตื้องขึ้นมากลับต้องตกลงมาอีกครั้ง ระหว่างนั้นกลุ่มเออาร์ก็ได้แก้ปัญหา ด้วยการปรับปรุงขนาดของคอมพิวเตอร์ ทูเดย์ ให้มีขนาดเล็กลง และปรับเนื้อหาให้เหมาะกับผู้อ่านที่เป็นกลุ่มคนทั่วไป เป็นเนื้อหาอ่านง่ายๆ ทำให้สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไป ได้

"เวลานั้นโครงสร้างเรายังแย่อยู่ แต่ก็ปรับปรุงมาเรื่อยๆ พอมาถึงวิกฤติเศรษฐกิจเราก็เลยรับมือกับมันได้"
ในขณะที่กลุ่มสิ่งพิมพ์อื่นๆ กลับต้องได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจไปตามๆ กัน กลุ่มแมนกรุ๊ปในช่วงหลังก็อ่อนแรงลงไปมาก หันมามุ่งโฟกัสเฉพาะแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ 2 ฉบับ คือ คอมพิวเตอร์รีวิว และชอปปิ้งคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ซีเอ็ดได้บอกเลิกการซื้อลิขสิทธิ์ พีซีวีก ไปเนื่องจากปัญหาค่าเงินบาท กลุ่มแมนกรุ๊ป นอกจากจะไม่มีหนังสือใหม่ออกมาในตลาดแล้ว กลุ่มแมนกรุ๊ปยังต้องพยายามประคับประคองตัวเอง และเตรียมที่จะปรับปรุงคอม พิวเตอร์รีวิว จากการเป็นแมกกาซีนรายเดือนให้เป็นรายสัปดาห์
กลุ่มซีเอ็ด เป็นที่รับรู้กันทั่วไป ก็ได้เบนเข็มไปมุ่งทำธุรกิจช่องทางจัดจำหน่าย เปิดร้านหนังสือซีเอ็ด แต่ยังคงเหลือนิตยสารไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ก็ได้ลดบทบาทในธุรกิจสิ่งพิมพ์ คอมพิวเตอร์ลงไปมากแล้ว
ในด้านของเออาร์ นอกจากไม่ต้องกระทบกับวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำมากนัก การที่บริษัทแม่ คือ เออาร์จี ได้กลุ่มเงินทุนใหม่ คือ Keppel T&T เข้ามาถือหุ้น ก็ยิ่งช่วยเกื้อกูลต่อภาพโดยรวมของกลุ่มเออาร์ รวมถึงกลุ่มสิ่งพิมพ์แข็งแกร่งขึ้น

กลุ่มเออาร์ก็ได้อาศัยช่วงจังหวะและโอกาสที่ได้มาในระหว่างนี้ เร่งสร้างภาพของธุรกิจ ด้วยการขยายการลงทุนทั้งในฟากของธุรกิจออนไลน์ และในส่วนของธุรกิจสิ่งพิมพ์ ที่นอก จากมีการปรับปรุงหัวหนังสือหลายเล่มในมือ นอกจากการออกหัวหนังสือแมกกาซีนคอมพิวเตอร์แล้ว ยังได้มีการจัดงานแสดงสินค้าทางด้านคอมพิวเตอร์ คือ งานคอมเทค คอมมาร์ท ด้วยรูปแบบการจัด ทั้งขนาดและความยิ่งใหญ่ เรียกว่าสวนทางกับสภาพโดยรวมของธุรกิจในขณะนี้

แม้ว่าเงินทุนที่ได้จาก Keppel จะไม่ได้มาลงที่เออาร์โดยตรง แต่ปีที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ของ เออาร์ด้วยเช่นกัน วิโรจน์บอกว่า เงินลงทุนส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการขยายกำลังคน เพื่อรอง รับกับการขยายตัวของธุรกิจ โดยใช้เงินลงทุนไปประมาณ 28 ล้านบาท ไม่รวมการสร้างตึก ที่เป็นอาคารขนาดย่อม ริมถนนรัชดาภิเษก และการออกหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

จากสภาพของคู่แข่งรายเดิมทั้งสองรายที่อ่อนแรงลงไป บวกกับภาพรวมขององค์กรที่ดีขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของนิตยสารคอมพิวเตอร์ทางด้านไอที จึงตกไปอยู่ในมือของกลุ่ม เออาร์ที่ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีจำนวนแมกกาซีนคอมพิวเตอร์อยู่ในมือเป็นจำนวน มาก เออาร์ไอพี ได้กลายเป็นเจ้าของแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ 8 ฉบับ แมกาซีนในรูปของซีดี 1 ฉบับ หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ด้านไอที 1 ฉบับ หนังสือไดเรคเทอรีส์ คือ ทีซีไอ 1 ฉบับ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ซีดีไตเติ้ล 60 ไตเติ้ล เจ้าของเว็บไซต์ 6 เว็บ และเป็นผู้จัดการแสดง สินค้า

นอกจากเออาร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาด ส่วนใหญ่ไปแล้ว ค่ายควิกพีซี เป็นนิตยสารคอมพิวเตอร์ค่ายน้องใหม่เล็กๆ ที่เกิดและเติบโตมาในยุควิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยเงินทุน 2 ล้านบาท เดิมที ควิกพีซี เป็นนิตยสารคอมพิว เตอร์ที่อยู่ในสังกัดของเทเลคอมเจอร์นัลของ สมพงษ์ สระกวี ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ต่อมาได้ขายหัวหนังสือควิกพีซีไปให้กับบริษัทศรีราชา คอนสตรักชั่น ทำธุรกิจก่อสร้าง แท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่สนใจทำแมกกาซีนคอม พิวเตอร์ ช่วงแรกสถานการณ์ของควิกพีซีไม่ ดีนัก ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้อ่าน จนเมื่อมีการ เปลี่ยนเจ้าของ จึงได้มีการปรับปรุงเนื้อหา หันมามุ่งเนื้อหาทางด้านฮาร์ดแวร์เป็นหลัก

"นิตยสารคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เน้นเนื้อหาด้านซอฟต์แวร์เป็นหลัก แต่ฮาร์ดแวร์ไม่มี พอเราหันมามุ่งด้านฮาร์ดแวร์ก็ประสบ ความสำเร็จ" ชูเกียรติ นาคพิทักษ์กุล บอกชูเกียรติ จัดเป็นบุคคลหนึ่งที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนิตยสารคอมพิวเตอร์มาหลายปี แม้ว่าจะไม่ใช่ยุคเริ่มต้นของนิตยสารคอมพิว เตอร์ แต่ก็เคยทำงานอยู่กับกลุ่มแมนกรุ๊ป 3 ปี ก่อนจะย้ายมาทำงานกับนิตยสารไอทีซอฟท์ 3 ปี จากนั้นก็มาร่วมงานกับค่ายควิกพีซี
ปรากฏว่า ควิกพีซีมาถูกทาง เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้คนไทย จะนิยมซื้อเครื่องพีซีประเภทไม่มียี่ห้อ หรือเครื่องประกอบเองมาใช้งานมากกว่าเครื่องมียี่ห้อ ทำให้ควิกพีซี ซึ่งมุ่งไปที่เนื้อหาทางด้านนี้เริ่มเป็นที่รู้จัก จากนั้นได้เปิดนิตยสาร buy.com เข้ามาทำตลาด

หลังจากทำสำเร็จในเล่มแรก ที่เข้า ไปจับตลาดใหม่ๆ ที่เป็นการฉีกเนื้อหาไปจากเดิม ควิกพีซีมุ่งสร้างความแตกต่างอีกครั้ง ด้วยการขยายผลไปที่การทำแมกกาซีนที่อยู่ในรูปแบบของแผ่นซีดี เป็นการสอนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

"ช่วงแรกไม่มั่นใจ เราทดลองเอาไปวางขายที่ห้างพันธุ์ทิพย์ ปรากฏว่ายอดพิมพ์ 5,000 เล่ม 3 วันขายหมด ต้องพิมพ์รอบสองอีก 7,000 เล่ม จนกระทั่งพิมพ์เพิ่มมา 5 รอบ ยอด 45,000 เล่ม"
แมกกาซีนในรูปของแผ่นซีดี จึงเป็นจุดที่สร้างชื่อทำให้ค่ายควิกพีซี เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาด ชูเกียรติบอกว่า ยังเป็นการฉีกรูปแบบของการหารายได้ของแมกกาซีน ที่ มาจากโฆษณา และยอดขายบนแผงหนังสือ ปรากฏว่าแมกกาซีนในรูปของซีดีกลับทำยอด ขายจากยอดขายบนแผงหนังสือ
ปัจจุบัน นอกจาก Easy CD ของค่าย ควิกพีซีแล้ว มีแมกซีดีของค่ายเออาร์ ที่มีนิตยสารที่บรรจุอยู่ในแผ่นซีดี

หลังจากเริ่มเป็นที่รู้จัก การขยายตัวของค่ายควิกพีซีก็มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คราวนี้หันมาจับกลุ่มผู้อ่านที่เป็นมืออาชีพ เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ เว็บมาสเตอร์ ด้วยการออก แมกกาซีน ที่ชื่อ DCV "เราทำเพื่อให้เป็นทางเลือกใหม่"ถัดจาก ควิกพีซี ก็มีนิตยสาร มิส เตอร์ลีนุ้กซ์ และปาล์มแมก เป็นการจับกลุ่มผู้อ่านที่แยกย่อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ การออกนิตยสารของค่ายควิกพีซีจะ เพิ่มไปตามการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และกลุ่มคนอ่านที่มุ่งความหลากหลาย การหันมา เปิดตลาดนิตยสาร eLife แม้ว่าจะอยู่หมวดนิตยสารทางด้านไอทีเช่นเดิม แต่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์หลักของค่ายนี้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยนำเสนอแต่เรื่องของเทคนิค ไปยังกลุ่มผู้อ่านในระดับที่กว้างขึ้น เป็นแง่มุมใหม่ๆ ในด้านของผู้ใช้ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ในอีกระดับของค่ายนี้

"ผมว่า เทคโนโลยีมันเริ่มหยุดนิ่ง เป็นปีที่ไม่มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามา แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์วันนี้เป็นเรื่องของดิจิตอล"การออกแมกกาซีนใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ ดูจะเป็นเรื่องปกติสำหรับแมกกาซีน ด้านคอมพิวเตอร์ ควิกพีซีก็เช่นกัน พวกเขาผลิตแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ ในช่วง 4 ปี ทั้งหมด 10 ฉบับ ชูเกียรติย้ำเสมอว่า เป็นจุดที่สร้างความสำเร็จมาจากการสร้างความแตกต่างในการ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง พวกเขาให้คำจำกัดความของตัวเองว่าเป็น "ไอทีมีเดีย" นอกเหนือจากควิกพีซี เน็ทเวิร์คที่ทำแมกกาซีนทางด้านไอทีมีเดียแล้ว คอมมิกเควสท์ที่เกิดขึ้น เพื่อขยายไปยังมีเดียในด้านอื่นๆ
แม้ว่า เส้นทางของแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ของเมืองไทย จะจำกัดอยู่กับธุรกิจไม่กี่ กลุ่ม แต่ละค่ายก็ออกผลิตภัณฑ์ออกมาในตลาดจำนวนมาก เพื่อตอบสนองการเติบโต ที่มีขนาดของตลาดประมาณ 200 ล้านบาท และนี่คือ ส่วนหนึ่งของที่มาของแมกกาซีนคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏตัวอย่างหลากหลาย บนแผงหนังสือ
******************
อ่านถึงย่อหน้านี้แล้ว คงต้องลองย้อนกลับไปดูบนแผงว่าปัจจุบันนี้แมกกาซีนไอที ที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง?

ข้อมูลนี้ผมได้มาจาก http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=2026

วันจันทร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ปลุกฮาร์ดดิสก์ให้ฟื้นคืนชีพ เพื่อกู้ข้อมูล

ถ้าจำไม่ผิด นายเกาเหลาเคยแนะนำเรื่องนี้ในเว็บไซต์ arip.co.th ไปแล้ว พอดีว่า ล่าสุด เพื่อนคนหนึ่งมีปัญหาว่า ฮาร์ดดิสก์ของเขาเกิด crash ขึ้นมาเฉยๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หลายท่านยอมให้ทุกอย่างจบลงด้วยการซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ โดยพยายามลืมข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ตัวเก่า
อย่างไรก็ตาม นายเกาเหลาเคยอ่านพบบนเน็ตว่า เรายังคงมีโอกาสที่จะปลุกให้ฮาร์ดดิสก์ที่ crash ไปแล้ว ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วยการนำฮาร์ดดิสก์ไปแช่แข็ง เพื่อนๆ ฟังไม่ผิดหรอกครับ เราสามารถทำได้จริงๆ ถ้าโชคดี
สำหรับขั้นตอนการแช่แข็งฮาร์ดดิสก์ เพื่อนำกลับมากู้ข้อมูลอีกครั้ง ขั้นแรกให้คุณถอดฮาร์ดดิสก์ที่มีปัญหาออกมาจากเครื่องก่อน จากนั้นหาถุงพลาสติกที่รูดปิดปากซองได้สนิทมาใส่ฮาร์ดดิสก์ จากนั้นนำไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นสัก 2 - 3 ชั่วโมง ก่อนจะนำออกมาแกะ เพื่อประกอบกลับเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ ลองบูตเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ถ้าโชคดี คุณจะพบว่า มันสามารถเปิดทำงานได้อีกครั้ง ถึงขั้นตอนนี้ ให้คุณรีบก๊อบปี้ข้อมูลออกมาให้หมด ก่อนที่ฮาร์ดดิสก์จะเสียไปอีกครั้ง งานนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ลองทำดูก็ไม่เสียหาย จริงไหมครับ ยังไงทิปเล็กๆ นี้น่าจะเป็นไอเดียดีๆ ที่เก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็นได้นะครับ

ดาวน์โหลดแฟลชวิดีโอจากทุกเว็บ

เพื่อนๆ อาจพบเห็นทูลส์มากมายหลายตัวที่สามารถดาวน์โหลดแฟลชวิดีโอจากเว็บไซต์ดังๆ ได้ แต่ทูลที่นายเกาเหลาจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักต่อไปนี้ เป็นปลั๊กอินในบราวเซอร์โอเพ่นซอร์สยอดฮิตอย่าง Firefox ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 15% เข้าไปแล้ว โดยเพียงแค่เข้าเว็บไซต์ที่มีแฟลชวิดีโอ ปลั๊กอินตัวนี้ก็จะดาวน์โหลดไฟล์แฟลชวิดีโอจากเว็บไซต์นั้นให้เพื่อนๆ ได้ทันที
หลังจากติดตั้ง DownloadHelper ปลั๊กอินตัวเก่งที่นายเกาเหลาพูดถึงนี้ เพื่อนๆ ก็จะสังเกตเห็นว่า บนทูลบาร์ของไฟร์ฟ็อกซ์มีปุ่มของโปรแกรมที่ทำหน้าที่คอยดาวน์โหลดไฟล์แฟลชวิดีโอ (.flv) โดยตรงจากเว็บไซต์ ซึ่งเมื่อเพื่อนๆ เข้าไปในเว็บไซต์วิดีโอคลิปอย่าง YouTube แล้วลองคลิ้กเลือกวิดีโอคลิปที่ต้องการดู DownloadHelper ก็จะเริ่มดาวน์โหลดไฟล์ จากนั้นคลิ้กปุ่มจะเห็นว่ามีรายชื่อไฟล์ .flv คลิ้กเลือกไฟล์ เพื่อให้ Firefox ดาวน์โหลดได้ทันที นอกจาก YouTube แล้ว มันยังสามารถดาวน์โหลด MySpace, Google videos, iFilm และเว็บไซต์อื่นๆ อีกมากมาย
https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/3006